ในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย หลายคนจึงเกิดอาการฟืด ฟาดเป็นหวัดคัดจมูกกันงอมแงม ถึงแม้ว่า "หวัด" จะเป็นโรคพื้นๆ ที่เป็นกัน ได้บ่อยๆ และอาจไม่ก่อให้เกิดพิษร้างแรงแก่ร่างกาย แต่รู้ไหมไม่มียาที่ รักษาหวัดได้ ไอ้เจ้าเม็ดที่คุณกรอกตามใบสั่งแพทย์นั่นน่ะ แค่ยับยั้งอากร เท่านั้นเอง
หวัดเป็นเอง ก็หายเอง
วันอาทิตย์ที่ 5 กันยายน พ.ศ. 2553
วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553
แนะกินว่านหางจระเข้ป้องกันนิ่วในไตได้
ว่านหางจระเข้(1)มีสารซิเต รต/สารทาร์เตรตถ้ากินสดๆช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วว่านห่างจระเข้(2)ยับยั้ง นิ่วไม่ให้โตขึ้นและป้องกันการเกิดนิ่วในไตซ้ำได้
แนะ ต้องกินสดๆ จึงจะได้ผล
รศ.นพ.สุขชาติ เกิดผล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผย ว่า คณะวิจัย มข.ได้ทำการวิจัยศึกษาเกี่ยวกับสารซิเตรตและสารทาร์เตรต ใน ว่านหางจระเข้ ซึ่งมีผลในการช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วในไต
รศ.นพ.สุขชาติ เกิดผล คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) เปิดเผย ว่า คณะวิจัย มข.ได้ทำการวิจัยศึกษาเกี่ยวกับสารซิเตรตและสารทาร์เตรต ใน ว่านหางจระเข้ ซึ่งมีผลในการช่วยยับยั้งการเกิดนิ่วในไต
วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2553
วิตามินธรรมชาติลดอาการเจ็บคอ

โดย ทั่วไป อาการเจ็บคอ (sore throat) อาจเกิดจากอาการของโรคภูมิแพ้ อาการ ทอนซิลอักเสบ การสัมผัสกับอากาศแห้งจัด รวมทั้งการสูดควันพิษ ซึ่งภายในลำคอ จะเป็นสีแดงเรื่อ ทำให้รู้สึกระคายเคือง หรือสากคอ นอกจากนี้ อาการเจ็บคอ อาจทำให้ลำคออักเสบ โดยเริ่มจากด้านหลังของปาก ไปจนถึงหลอดอาหาร และอาจเป็น อาการแสดงเริ่มแรกของไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งส่วนใหญ่ติดต่อจากการ สัมผัสเชื้อโรคโดยตรง ทั้งเสมหะ และน้ำลาย ซึ่งอาการเจ็บคอที่พบส่วนใหญ่มี สาเหตุดังนี้
• การติดเชื้อไวรัส คือ สาเหตุหลักที่ทำให้คนเป็นไข้หวัด และไข้หวัดใหญ่ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของอาการเจ็บคอมากที่สุด โดยปกติถ้าร่างกายสร้างภูมิต้านทานได้ ก็จะหายเป็นหวัดเองภายในหนึ่งสัปดาห์ อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการไข้ ปวดกล้ามเนื้อ และน้ำมูกไหล นอกจากนี้ อาการเจ็บคออาจเกิดจากโรคปอดบวม จากเชื้อไวรัส หรือ โมโนนิวคลีโอซิส
• การติดเชื้อแบคทีเรีย พบน้อยกว่าการติดเชื้อไวรัส แต่อาการอาจรุนแรงกว่ามาก ส่วนใหญ่จะแสดงอาการภายใน 2-7 วัน โดยเฉพาะในช่วงอายุ 5-25 ปี จะติดเชื้อกันง่าย ทั้งทางน้ำมูก และเสมหะ นอกจากนี้ ยังติดต่อทางอาหาร นม และน้ำที่ปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรียสเตร็ปโตค็อกคัส ซึ่งถ้าไม่รักษาให้ทันท่วงที เชื้อโรคอาจลุกลามไปทำลายหัวใจและไตอย่างถาวร
บางคนที่มีอาการเจ็บคอ จนฝากล่องเสียงอักเสบ ช่องคอจะบวมมาก จนปิดทางเดินหายใจควรรีบพบแพทย์ เพราะอาจติดเชื้อสเตร็ปโทรต และเมื่อมีอาการติดเชื้อซ้ำบ่อยๆ จนเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด หรือ เป็นไข้รูมาติกได้
ปรับตัวเพื่อลดเจ็บคอ

1. ดื่มน้ำมากขึ้นกว่าเดิม 2 เท่า น้ำจะช่วยให้เสมหะเหนียวน้อยลง และขับออกง่ายขึ้น
2. ปรับสภาพอากาศให้ชื้นขึ้นเล็กน้อย เช่น หาอ่างใส่น้ำมาวางบริเวณที่ร้อน หรือปลูกต้นไม้ในบ้าน เพื่อเพิ่มความชื้นในอากาศที่แห้ง จะช่วยให้เยื่อเมือกในช่องคอไม่แห้ง (เมื่อช่องคอแห้ง จะทำให้ระคายคอ และนอนไม่หลับ)
3. หลีกเลี่ยงควันและมลพิษต่างๆ งดสูบบุหรี่ รวมทั้งสารระเหยจากน้ำยาทำความสะอาดในบ้าน หรือสีทาบ้าน เพราะจะยิ่งทำให้เจ็บคอมากขึ้น
4. หลีกเลี่ยงอาหารก่อพิษ เช่น ชา กาแฟ แอลกอฮอล์ อาหารที่มีน้ำตาลสูงจำพวกเค้ก ขนมหวาน เพราะจะมีผลต่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดต่อมทอนซิลอักเสบ และโรคติดเชื้ออื่นๆ อันเป็นสาเหตุของการเจ็บคอ
5. ใช้เสียงให้น้อยลง เมื่ออาการเจ็บคอลุกลาม จนทำให้กล่องเสียงอักเสบ จนทำให้ระคายคอมากเวลาพูด หรือเสียงหายไปชั่วขณะ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และให้ความอบอุ่นกับร่างกายเยอะๆ

วิตามินธรรมชาติแก้อาการเจ็บคอ
1. เบต้าแคโรทีน มีมากในแครอท ฟักทอง ตำลึง แค กระเพา ขี้เหล็ก ผักเซียงดา ยอดฟักขาว ผักติ้ว และผักแต้ว เมื่อสารเบต้าแคโรทีนเข้าสู่ร่างกาย จะเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ ซึ่งช่วยทำให้เนื้อเยื่อของเมือกบุในลำคอ และทางเดินหายใจที่ต้องผลิตน้ำย่อยบ่อยๆ มีความแข็งแรง
2. วิตามินดี จากปลาที่มีไขมันมาก เช่น ปลาสวาย ปลาดุก ปลาช่อน ปลาจะละเม็ด ปลาซาบะ ปลาซาดีน ปลาแซลมอน และปลาทะเล เพราะวิตามินดีจากไขมันปลา จะช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อในลำคอ
3. วิตามินอี มีมากในผลอะโวคา โด และอาหารที่ปรุงด้วยน้ำมันจากพืช เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดทานตะวัน น้ำมันถั่วเหลือง เพราะมีวิตามินอีที่ช่วยเสริมสร้างเนื้อเยื่อ ที่ถูกเชื้อโรคทำลายให้แข็งแรง
4. วิตามินบี โดยเฉพาะอาหารที่มีส่วนผสมของ เชื้ออะซิโดฟิลัส (acidophilus) เช่น โยเกิร์ต เพราะจะช่วยทดแทนแบคทีเรียในลำไส้ ซึ่งเป็นแหล่งวิตามินบีบางชนิด ที่ถูกยาปฏิชีวนะทำลายไป

ยาแก้เจ็บคอจากก้นครัว
• เกลือ เกลือที่เราใช้ปรุงอาหารเป็นยาแก้เจ็บคอได้เป็นอย่างดี โดยผสมเกลือ 1 ช้อนชา กับน้ำอุ่น 1 แก้ว ใช้อมกลั้วคอ หรือทำเป็นน้ำยาบ้วนปาก วันละ 2-3 ครั้ง จะช่วยบรรเทาอาการได้
• น้ำอุ่น ผสมน้ำอุ่น 1 แก้วกับน้ำมะนาว หรือน้ำส้มไซเดอร์แอปเปิ้ล 1 ช้อนชา ใช้กลั้วคอ วันละ 2-3 ครั้ง ส่วนผสมดังกล่าวมีฤทธิ์เป็นกรด ช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและไวรัส

ผลไม้รสเปรี้ยวบรรเทาเจ็บคอ
อย่ามองข้ามผลไม้รสเปรี้ยวนะคะ เพราะกรดซีตริก (citric) ในรสเปรี้ยวมีสรรพคุณช่วยลดอาการเจ็บคอได้ดี และวิตามินซีจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันในร่างกาย เพื่อต่อสู้กับเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย และช่วยลดระยะเวลาในการเป็นหวัดให้สั้นลง ซึ่งผลไม้รสเปรี้ยวทีเราแนะนำมีดังนี้
• มะขามป้อม ใช้เนื้อผลแก่สดประมาณ 2-3 ผล โขลกพอแหลก แทรกเกลือเล็กน้อย อมหรือเคี้ยววันละ 3-4 ครั้ง วิตามินซี และรสเปรี้ยวอมฝาดในมะขามป้อม จะช่วยแก้หวัด ทำให้คอชุ่มชื่น แก้อาการคอแห้ง และแก้อาการเจ็บคอ
• มะนาว ใช้ผลสดคั้นเอาแต่น้ำ แทรกเกลือเล็กน้อย จิบบ่อยๆ หรือ ใช้มะนาวครึ่งลูกบีบใส่น้ำอุ่นครึ่งแก้ว แล้วผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนชา วิตามินซี และรสเปรี้ยวของมะนาวจะช่วยขับน้ำลาย ลดอาการระคายเคืองที่เยื่อบุผิวภายในลำคอ ส่วนน้ำผึ้งมีสรรพคุณบรรเทาอาการเจ็บคอ
• มะขาม ใช้เนื้อในฝักแก่ของมะขามเปรี้ยว หรือมะขามเปียก จิ้มเกลือกินพอสมควร หรือจะคั้นเป็นน้ำมะขามแทรกเกลือเล็กน้อย และใช้จิบบ่อยๆ ก็ได้ เนื้อฝักแก่ รสเปรี้ยว ช่วยขับเสมหะ ทำให้คอชุ่มชื่น และแก้อาการเจ็บคอ
• น้ำส้ม นำผลส้มประมาณ 3 ผล ล้างให้สะอาด คั้นเอาแต่น้ำ เติมน้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ และเกลือป่น 1/2 ช้อนชา จิบบ่อยๆเมื่อมีอาการ รสเปรี้ยวของส้มมีสรรพคุณแก้ไอ ขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ
• เสาวรส นำเสาวรสสุกประมาณ 2-3 ผล ล้างให้สะอาด ผ่าครึ่ง ใช้ช้อนตักเมล็ดและส่วนที่เป็นน้ำสีส้มออกจากเนื้อผล คั้นกรองด้วยกระชอนหรือผ้าขาวบาง เพื่อแยกเอาเมล็ดและเส้นใยออก เติมน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ชิมรสตามใจชอบ จิบเมื่อมีอาการ รสเปรี้ยวของเสาวรสมีสรรพคุณช่วยขับเสมหะ และทำให้ชุ่มคอ

บำบัดด้วยน้ำมันหอม
ใช้น้ำมันกลิ่นยูคาลิปตัส เจอราเนียม ลาเวนเดอร์ และเสจอย่างใดอย่างหนึ่ง ทาบริเวณผิวหนัง ตั้งแต่ใต้คางไปสุดลำคอ หรือสูดดมไอระเหย โดยการหยดลงไปในเครื่องทำไอน้ำ หรืออ่างอาบน้ำ จะช่วยลดอาการเจ็บคอได้
นิตยสารชีวจิตฉบับที่ 193
แหล่งข้อมูล : www.cheewajit.com
http://www.yourhealthyguide.com/article/an-vitamin-sorethroat.html
วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553
สมุนไพรรักษาสิว
สมุนไพร สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลายแบบไม่ว่าจะกิน ยารักษาโรคหรือแม้แต่นำมาเป็น เครื่องประทินผิว แต่ผู้คนในสมัยนี้นิยมหาของที่ง่ายใกล้มือกันมากกว่า จึง อยากให้ลองหันมาใช้สมุนไพรกัน ได้แก่

- หอมเล็ก โดยนำมาทุบหรือฝานเป็นแว่นบางๆ แล้วทาบริเวณที่เป็นสิวหรือจุดด่างดำ และทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที จากนั้นจึงล้างออก
- กล้วยหอม 1 ผลปั่นกับน้ำผึ้ง 1 ถ้วย พอกหน้าไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก
- น้ำมะนาว 1 ช้อนชากับไข่ขาว 1 ช้อนชา ตีจนเป็นเนื้อเดียวกัน แต้มที่ตุ่มสิวทิ้งไว้ 15-20 นาทีแล้ว ล้างออก
เพียงเท่านี้ใบหน้าคุณก็จะสดใสไร้รอยสิวแล้ว ง่ายและประหยัดใช่ไหมล่ะ
ที่มา
http://www.tttonline.net/beauties/viewDetails.php?type_id=354&hot_id=1
วันอาทิตย์ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2552
รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง

ใครที่มีอาการท้องเสียบ่อย ๆ กินยาเท่าไหร่ก็ไม่หายสักที มีวิธีรักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่งมาบอก..
- นำใบฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาด ประมาณ 10-15 ใบ แล้วโขลกพอแหลก ใส่น้ำ 1 แก้วใหญ่ นำไปต้มใส่เกลือ พอเดือดยกลงนำมาดื่มแทนชา ได้ผลดี
- นำผลฝรั่งอ่อน ๆ มาฝานเอาแต่เปลือกกับเนื้อ ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วกินรวมกัน หรือจะใช้ต้มดื่มเป็นน้ำฝรั่งก็ได้
- นำใบฝรั่งสดที่ไม่อ่อน และไม่แก่เกินไป มาตัดหัวตัดท้าย แล้วนำไปแช่น้ำทิ้งไว้สักครู่ ตักน้ำที่ได้จากการแช่ใบฝรั่ง มาจิบทีละนิด ก็ช่วยรักษาได้เช่นกัน แต่อย่าจิบมากจนเกินไป อาจทำให้ท้องผูกได้
ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติกันได้.
ที่มา
http://women.thaiza.com/รักษาอาการท้องเสียด้วยฝรั่ง_1212_171662_1212_.html
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ดอกแคแก้หวัด

ลมหนาวมาแว้วว...ว..ววว. เรามาป้องกันให้ห่างไกลหวัด 2009 กันดีกว่า รวมถึงหวัดพื้นๆๆเรามาลองกันดูนะขอรับ การที่เราใช้พืชผักสมุนไพรมาช่วย ป้องกันโรคภัยไข้เจ็บก่อนที่จะมาถึง ต้องนับถือฅนโบราณท่าน สามารถที่จะทำอาหารและนำพืช ผักสมุนไพร มาประกอบอาหารเพื่อป้องกันโรคกันตามแต่ฤดูกาลได้ แจ๋วจริง
ยอดแค มีเบต้าแคโรทีนสูงมาก ส่วนตัว ดอกแค ก็มีวิตามินซี ซึ่งช่วย แก้อาการหวัด ได้ดี แถมยังทำให้ ผิวสวย อีกด้วย ดอกแคมีรสขมเฝื่อน จะกินสดๆไม่ได้ วิธีที่ดีที่สุดก็คือ ต้องนำไปลวกโดยใช้เวลาสั้นที่สุด อย่าลืมดึงเกสรออกก่อนเพราะเป็นส่วนที่ขมที่สุด
วันเสาร์ที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ประโยชน์อีก อย่างของขึ้นฉ่าย

"ขึ้นฉ่าย" อาจจะเป็นผักกลิ่นฉุนที่ใครหลายคนไม่ค่อยโปรดปรานนัก แต่สำหรับใครที่ชอบกินขึ้นฉ่าย ก็ต้องขอแสดงความยินดีด้วย เพราะคุณได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์จากขึ้นฉ่ายไปมากมายเลยทีเดียว
ขึ้นฉ่าย นั้นมีสรรพคุณตรงที่ช่วยลดความดันโลหิตสำหรับคนที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง และช่วยให้ทำให้เจริญอาหาร แถมแม่บ้านยังใส่ลงในอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวจากปลาได้ด้วย และในขึ้นฉ่ายยังมีวิตามินเอ บี และซี มีสารเบต้าแคโรทีนบำรุงสายตาและผิวพรรณ โดยเฉพาะในใบจะมีน้ำหอมระเหยที่บ้างก็ว่าหอมบ้างก็ว่าเหม็นเขียวนี่แหละ
นอก จากนั้น ขึ้นฉ่ายยังช่วยขับปัสสาวะสำหรับคนที่เป็นนิ่วได้ด้วย โดยนอกจากการนำขึ้นฉ่ายมาเป็นส่วนประกอบในอาหารแล้ว ก็ยังสามารถนำมาคั้นเป็นน้ำดื่มสมุนไพรได้ด้วย แค่นำขึ้นฉ่ายมาปั่นแล้วกรองให้ได้น้ำใสๆ แล้วเติมน้ำตาลเล็กน้อย ก็ดื่มบำรุงร่างกายได้ทันที
และสำหรับผู้ชาย อันนี้ "108 เคล็ดกิน" ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องดีหรือเปล่า แต่การกินขึ้นฉ่ายในปริมาณมากและกินติดๆ กันหลายวัน จะเป็นการลดจำนวนสเปิร์มในผู้ชายลงได้
ที่มา manager online
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)
